mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้214
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้255
mod_vvisit_counterอาทิตย์นี้214
mod_vvisit_counterอาทิตย์ที่แล้ว2296
mod_vvisit_counterเดือนนี้1062
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว2577
mod_vvisit_counterทุกวัน3639

We have: 2 guests online
Your IP: 38.107.191.110
 , 
วันที่: ก.ย. 04, 2010


Designed by:

ความรู้เรื่องไม้
วิธีการดูแลรักษาเนื้อไม้ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม 2010 เวลา 03:36 น.
วิธีการดูแลรักษาเนื้อไม้
ไม้ เป็นวัสดุธรรมชาติย่อมชำรุดเสียหายไปตามกาลเวลา สภาพแวดล้อม แสงแดด ความชื้น และการกัดกินของแมลง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องดูแลรักษาไม้ให้ถูกวิธีเพื่อที่จะได้มีอายุการใช้งาน ที่คงทน ไม้ที่แปรรูปออกจากโรงเลื่อยดูไม่น่าสนใจเท่าไร จนเมื่อผ่านกระบวนการทำสีและตกแต่งผิวแล้วจึงทำให้มีความสวยงามและคุณค่าที่ มีอยู่ในเนื้อไม้ได้เด่นชัด ในสมัยก่อนช่างไม้ได้นำเอาวัสดุธรรมชาติ เช่น ขี้ผึ้งนำมันจากไม้บางชนิดมาใช้ตกแต่งผิว แต่ในปัจจุบันได้มีการคิดค้นวัสดุทั้งจากธรรมชาติและจากการสังเคราะห์ที่ดี นำมาใช้เคลือบผิวและตกแต่งสี ทำให้เพิ่มคุณค่าทั้งความงามและสามารถทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้น ขั้นตอนในการทำสีไม้และตกแต่งผิวไม้จะต้องพิถีพิถัน พื้นผิวต้องสะอาด ขัดผิวอย่างดี ปราศจากรอยตำหนิ
  • การย้อมสีด้วยน้ำยาวู๊ดสเตน เพื่อป้องกันแสงแดดและน้ำซึมเข้าเนื้อไม้
  • การตกแต่งผิวด้วยน้ำยาวาร์นิช แล็กเกอร์ และเชลแลก เพื่อขับลายไม้
แต่ก่อนจะทาน้ำยาจะต้องเตรียมพื้นผิวไม้ให้เรียบซึ่งวัสดุที่นำมาเตรียมพื้นผิว ได้แก่ ดินสอพองผสมกับน้ำให้นิ่มใช้อุดร่องเสี้ยนหรือลงพื้น ใช้ได้ทั้งแบบผงและแบบก้อน
  • สาร กันซึมหรือซีลเลอร์ ใช้เคลือบรองพื้นวัสดุที่มีรูพรุนหรือใช้เคลือบวัสดุที่อาจปล่อยสารบาง ประเภทออกมาทำให้ฟิลม์ของวัสดุเคลือบเสียหาย
  • ฟิลเลอร์ ทำหน้าที่คล้ายกับดินสอพองอุดร่องไม้และอุดรอยแตกต่างๆ สามารถผสมกับสีย้อม สีฝุ่น ดินสี เพื่อให้ได้สีตามต้องการสามารถขัดถูด้วยกระดาษทรายเพื่อให้ผิวเรียบได้ง่าย
เมื่อเตรียมพื้นผิวเรียบร้อยแล้วจึงทำการเคลือบผิวเพื่อทำให้ไม้สวยงามและทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ทันทีซึ่งวัสดุที่จะนำมาใช้มีดังนี้
  • แลกเกอร์ใช้งานง่าย ทนต่อสภาพภูมิอากาศและการขูดขีด มีทั้งชนิดเงาและชนิดด้าน
  • เชลแล็กเป็นน้ำยาทาไม้ชนิดหนึ่งให้ความสวยงาม ทนทาน
  • วาร์นิชหรือน้ำมันชักเงา ใช้ทาชิ้นงานเพื่อให้เกิดเงางาม ใส สวยงาม มักใช้กับเฟอร์นิเจอร์ เครื่องเรือน
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม 2010 เวลา 13:25 น.
 
วิธีการหาปริมาตรของไม้ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันอังคารที่ 02 มีนาคม 2010 เวลา 12:18 น.

โดยทั่วไปการซื้อขายไม้จะ ต้องคิดเป็นลูกบาศก์ฟุต ซื่งจะเกิดจากตารางสำเร็จหรือจะคิดจากวิธีคูณเลขก็ได้ แต่ในกรณีที่ไม่มีตารางสำเร็จสามารถคิดได้ดังนี้ ตัวอย่าง
ไม้เนื้อแข็ง ขนาด 1" x 6" ยาว 4 เมตร จำนวน 10 แผ่นจะเป็นไม้กี่ลูกบาศก์ฟุต จะต้องทำขนาดของไม้จากนิ้วหรือเมตรเป็นฟุตเสียก่อน
ไม้ 1" x 6" x 4 เมตร = 1/12 x 6/12 x 4 x 3.28 (1เมตร = 3.28 ฟุต) = 0.545 ลูกบาศก์ฟุต
มีไม้ทั้งหมดจำนวน 10 แผ่น = 0.545 x 10 = 5.45 ลูกบาศก์ฟุต

อีกวิธีหนึ่งคือ การหาลูกบาศก์ฟุตด้วยตัวเลขสำเร็จ มีวิธีคิดดังนี้ คิดโดยการเปลี่ยนมาตราจากนิ้วเป็นฟุต
โดยคิดความยาวของไม้ 1 เมตร คือไม้ขนาด 1" x 1" x 1 เมตร ไม้ขนาด 1" x 1" x 1 เมตร = 1/12 x 1/12 x 1 x 3.28 ลูกบาศก์ฟุต = 3.28/144 = 0.0227 ลูกบาศก์ฟุต ดังนั้น 0.0227 คือ ตัวเลขสำเร็จ
จากโจทย์ตัวอย่าง ไม้เนื้อแข็ง ขนาด 1" x 6" ยาว 4 เมตร จำนวน 10 แผ่นจะเป็นไม้กี่ลูกบาศก์ฟุต ก็จะได้ = (1" x 6" x 4)x 0.0227 = 0.545 ลูกบาศก์ฟุต ไม้ 10 แผ่น = 0.545 x 10 = 5.45 ลูกบาศก์ฟุต การใช้ตัวเลขสำเร็จก็ใช้ตัวเลข 0.0227 คูณขนาดของไม้ตามตัวอย่าง ไม่ว่าไม้นั้นจะมีขนาดเท่าใด ก็ใช้ตัวเลขสำเร็จนี้คูณตลอดก็จะได้ไม้เป็นลูกบาศก์ฟุตตามต้องการ

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม 2010 เวลา 13:05 น.
 
ประเภทของไม้ตามความแข็งแรง PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 08:32 น.
ประเภทของไม้แบ่งตามลักษณะความแข็งแรง ได้ 3 ประเภท ดังนี้
  • ไม้เนื้ออ่อน เป็นไม้ที่ไม่ค่อยแข็งแรง เหมาะสำหรับงานตกแต่งหรือใช้ในงานก่อสร้างที่ไม่ต้องรับน้ำหนักมากนัก เช่น ไม้สัก ไม้อินทนิล ไม้กระบาก เป็นต้น
  • ไม้เนื้อแข็ง เป็นไม้ที่มีความแข็งแรง ทนทาน เหมาะสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป เช่น ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้ตะเคียน ไม้มะค่า เป็นต้น
  • ไม้เนื้อแกร่ง เป็นไม้ที่มีความแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ มีลักษณะแข็งแกร่งสามารถรับน้ำหนักได้ดี เช่น ไม้ชิงชัง ไม้มะเกลือ ไม้ประดู่ ไม้แดง เป็นต้น
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม 2010 เวลา 13:07 น.
 
การใช้ประโยชน์จากไม้ไผ่ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 06:42 น.
ไม้ไผ่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมายหลายอย่าง ดังนี้
  • สามารถนำมารับประทานได้ เช่น ยำหน่อไม้ไผ่ ผัดหน่อไม้ เป็นต้น
  • สามารถใช้ทำเป็นเฟอร์นิเจอร์แบบต่างๆ เช่น แคร่ไม้ไผ่ โต๊ะไม้ไผ่ ชั้นวางหนังสือไม้ไผ่ เป็นต้น
  • สามารถนำมาสานทำภาชนะหรือเครื่องใช้แบบต่างๆ เช่น กระติบข้าว สุ่มไก่ ไซหาปลา เป็นต้น
  • สามารถนำมาประดับตกแต่งภายในสวนหย่อม เป็นไม้ประดับ เพื่อตกแต่งสถานที่
  • สามารถนำมาทำของเล่นได้หลากหลายแบบตามไอเดียของช่างผู้ผลิต เช่น ม้าโยก รถเข็นไม้ไผ่ กังหันไม้ไผ่ เป็นต้น
  • สามารถนำมาใช้ในสร้างบ้านได้ เช่น ใช้ทำรั้วบ้าน ฝาบ้าน หลังคา หรือทำเป็นบ้านไม้ไผ่ทั้งหลังเลยก็ได้ฃ
  • สามารถนำมาทำเป็นนั่งร้านในการก่อสร้าง
  • สามารถใช้เป็นไม้หลักสำหรับเลี้ยงหอยได้
ไม้ไผ่ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้งานได้อีกหลายอย่างตามความเหมาะสม
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม 2010 เวลา 13:11 น.
 
« เริ่มแรกย้อนกลับ123ถัดไปสุดท้าย »

หน้า 1 จาก 3